Posts Tagged ‘จิตวิทยา’

ปาฏิหาริย์ของขลัง

งวดเข้าปีใหม่มาทุกทีแล้ว จะว่าไปก็เริ่ม Count Down นับถอยหลังกันเป็นชั่วโมง เป็นนาทีได้ ช่วงเศษเสี้ยวของปีที่เหลืออยู่ก่อนที่จะก้าวผ่านปีเก่านี้ไป ก็ถือเป็นโอกาสอันงามที่จะทบทวนเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ตลอดเกือบ 12 เดือนนี่ ปีนี้ เป็นที่ครอบครัวเรามีแต่เรื่อง เจอแต่เหตุงานเข้ามากมาย หลายเรื่องที่ประเดประดังเข้ามา จนตอนนี้มานั่งนึกๆ เอาว่า เออหนอ.. พวกเราผ่านพ้นมาได้อย่างไรกัน เริ่มจากคนรอบข้าง จากเดิมที่เจอแต่การ์ดแต่งงาน ต้องไปเยี่ยมบรรดาเพื่อนฝูงคลอดลูก ต้อนรับสมาชิกใหม่ตามโรงพยาบาล ก็เปลี่ยนไปเป็นการ์ดงานศพ พ่อคนนั้นตาย แม่คนนั้นเสีย หรือป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล ใกล้เข้ามาอีก ก็เป็นเรื่องในครอบครัว เริ่มจากต้นปีก็ฉลองปีใหม่ของตัวเองด้วยการเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ตรวจโน่น เช็คนี่ เจาะเลือดไปหลายรูหลายเข็ม ด้วยอาการของความดันทุรัง เอ๊ย ความดันโลหิตสูง  คอเลสตรอรอลกระฉูดแบบน่าตกใจ แถมพ่วงด้วยคลื่นหัวใจผิดปกติ ผนังหัวใจหนา เลยต้องครุ่นคิดถึงสุขภาพตัวเองอย่างจริงจัง เพราะกลัวตาย ต่อมาก็ฉลองไตรมาสแรก ด้วยการปิดฉากลูกจ้างมืออาชีพที่เป็นมาตลอดกว่า 10 ปี มาล่องลอยอยู่ในโลกของฟรีแลนซ์ หรืออีกนัยหนึ่งคือคนว่างงาน ที่มีงานก็ไม่ว่าง ไม่มีงานก็ว่างพักผ่อน  ชีวิตดูเหมือนจะลำบากแต่กลับรู้สึกสบายดี .. วนมาที่คนใกล้ตัว พ่อแฟนป่วยเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ 2-3 ครั้ง จบลงด้วยมะเร็ง [...]

Continue reading »

แบบไหน..เรียกว่าใช้ชีวิตให้คุ้ม

เมื่อคืนก่อน ได้มีโอกาสนั่งเม้าท์กับเพื่อนจนหูร้อน หูชา นั่งคุยเรื่องนู้น รำลึกความหลังเรื่องนี้ ถามถึงเพื่อนคนนั้น สารทุกข์สุขดิบที่ผ่านมา ทำหยั่งกับแม่แก่คุยกัน … ทั้งที่ก็ไม่ได้ผ่านร้อน ผ่านหนาว หรืออาบน้ำร้อนน้ำอุ่นมากซักเท่าไหร่  แต่รู้สึกเหมือนหยั่งกับเป็นนักผจญเพลิงที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ก็ไม่รู้ว่าเป็นพวกที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ใช้ชีวิตคุ้มหรือเปล่า เพราะคำว่าคุ้ม คงขึ้นกับความหมาย นิยาม หรือคำจำกัดความของแต่ละคน บ้างอาจว่า พวกใช้ชีวิตคุ้ม อาจต้องเป็นพวกลองของ อะไรดีไม่ดี ต้องเป็นได้ลองซะหมด หรือบ้างอาจเป็นพวกที่ต้องเที่ยวเตร็ดเตร่ ใช้ชีวิตแบบถึงไหนถึงกัน เที่ยวกลางวัน เที่ยวกลางคืน ท่องเที่ยว นานาจิตตัง ว่ากันไป แต่คำว่า “คุ้ม” ในความหมายของการใช้ชีวิตที่แม่แก่ 2 คน เม้าท์กันนั้น กลับเป็นอะไรๆ ที่เรียบง่าย การใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ก็คือการได้ดูแลชีวิตที่ได้มาของเราอย่างดีที่สุด รู้จัก Balance of Life ตามที่เค้าว่า เพราะคนเรา มีชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว ชีวิตการงาน และเส้นทางอาชีพของตน ต้องรู้จักสร้างสมดุลย์ ถึงจะถือเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าในประเด็นที่เม้าท์ถึง ในมุมมองแรก ก็คือชีวิตส่วนตัว หลายๆ [...]

Continue reading »

รัก.. ต้องบอกรัก

  วันนี้คุณบอกรักคนที่บ้านรึยัง.. จั่วหัวซะหวานแหวว คงนึกว่าเป็นเรื่องราวความรัก หรือไม่ก็เป็นเรื่องของคนที่กำลังอินเลิฟจนสำลักออกมาเป็นตัวหนังสือ แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นเรื่องของการสร้างพื้นฐาน “ครอบครัวอบอุ่น” เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน หรือเป็นวัคซีนสำหรับการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบัน ที่ออกจะล่อแหลมและเสี่ยงมากมายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเด็กน้อย เด็กโต วัยรุ่นแรกแย้ม ไปจนถึงรุ่นแก่ .. หลายๆ คนอาจได้รับการปลูกฝังเรื่องของการเก็บความรู้สึก และการสงวนท่าทีสำหรับการแสดงออก ต่อให้ดีใจ เสียใจ หรือรักมากมายขนาดไหน ก็ไม่แสดงออก ไม่บอกไม่กล่าว หรืออย่างมากก็แค่แสดงออกแบบเล็กๆๆ พอเป็นกระสัย ยิ่งแก่ตัวลง หรือมองในแง่บวกคือยิ่งโตขึ้น คนเราก็บอกรักกันน้อยลง หลายบ้านเลิกบอกรักกันตั้งแต่หลังแต่งงาน บางบ้านเค้าบอกรักกันหนเดียวตอนขอแต่งงาน .. ทำนองนั้น แต่หารู้ไม่ว่าพลังของความรักนั้น มันมากมายมหาศาลเพียงพอที่จะทำให้คนตัดสินใจที่จะทำ หรือไม่ทำอะไรก็ได้ ไอ้ที่งอนตุ๊บป่อง ไม่พูดไม่จา หรือที่โกรธกันแทบตาย ก็กลับมาดีกันได้ราวปาฏิหารย์ .. บรรยากาศมาคุที่อึมครึม ก็อาจจะเป็นสีชมพูขึ้นมาด้วยการบอกว่า .. ”เรารักกัน” ลูกที่กำลังน้ำตาเล็ด ก็หายเป็นปลิดทิ้งกับเพียงแค่พ่อหรือแม่ดึงมากอดแล้วบอกว่า “รักลูก” มันออกจะดูขัดเขินสำหรับบางคน บางบ้านที่ไม่คุ้นเคย เกิดอาการกระดาก ไม่กล้า..จนปูนนี้แล้วยังจะมาให้บอกรักอีก แต่เชื่อเถอะว่าลองฝืนๆ ทำไป ผลที่ตามมาออกจะดีเกินคาด [...]

Continue reading »

ยาบำรุงกำลัง “ใจ”

 หลายที่ หลายบ้าน หลายหน่วยงาน มีปัญหาเรื่องคน และอันดับต้นๆ เรื่องคนก็มักเป็นเรื่องของการสื่อสาร สื่อกันมากไปบ้าง น้อยไปบ้าง หรือสื่อผิดที่ผิดทาง ผิดรูปแบบไปบ้าง แต่ทั้งหมดก็นำมาซึ่งความไม่สบายใจ กำลังใจหายหด หนักไปก็กลายเป็นอาการป่วยทางจิต ออกอาการเครียด จิตตก เหงาเศร้าสร้อย เห็นบางหน่วยงาน อยู่โต๊ะใกล้กันแค่วา เอื้อมถึง หรือเดินถึง แต่กลับสื่อสารกันทางโทรศัพท์ อ้างว่าขี้เกียจเดิน หรือบางทีก็ตะโกนกันโหวกเหวกถามว่าได้รับ e-mail รึยัง เน้นสื่อกันทางไฮเทคเป็นหลัก ไอ้เรื่องที่จะคุยกันซึ่งหน้า ตบบ่าตบหลังจับมือจับไม้ทักทายกันเป็นอย่าหวัง หรืออย่างเทศกาลปีใหม่ ก็สื่อสารกันแบบใหม่ ส่ง SMS, twitter ทักผ่าน Facebook แทนการส่งส.ค.ส หรือไปเยี่ยมเยียนถึงบ้านกันแบบแต่ก่อน  ใกล้เข้ามาอีก ก็เป็นการสื่อสารกันที่บ้าน บางบ้านรีบแจ้นออกหากินกันแต่เช้า รถคนละคัน หรือต่างคนต่างรีบออกจากบ้าน แทบจะไม่ได้ทักทาย  ร่ำลาสวัสดีลูบหัวลูบหลังกัน กลับมาก็ค่ำมืด อ่อนระโหยโรยแรง ขี้เกียจจนไม่อยากจะพูดจากับใคร ยิ่งเดี๋ยวนี้ สื่อสิ่งอำนวยความสะดวกมีมากมาย ทั้งตัวเล็ก ตัวโต ก็นั่งกันอยู่หน้าเครื่อง ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรทัศน์ เครื่องเล่น DVD เครื่องเล่นเกมสารพัด มีกิจกรรมส่วนตัวต่างคนต่างทำ จนการพูดจาสัมผัสเนื้อต้องตัวน้อยลงไปทุกที แทบจะนับคำ นับครั้งได้ การพูดกันน้อยลง [...]

Continue reading »

ทฤษฎีที่ว่าง

หากเคียงชิดใกล้ …. แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน ประโยชน์ที่ใด หากรักทำร้ายตัวเอง หากเดินแนบกาย มีพลั้งต้องล้มลงเจ็บ ด้วยกัน ห่างเพียงนิดเดียว ให้รักเป็นสายลมผ่านระหว่างเรา แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย เพื่อให้เราได้ถึงดั่งฝัน .. ร่วมกัน อากาศเย็นๆ กำลังสบาย กับเสียงเพลง “ที่ว่าง” ของวงพอส ลอยมากระทบหู ช่างให้อารมณ์ดีแท้ .. อดรนทนไม่ได้เลยต้องเปิดโน้ตบุ๊คมาพิมพ์ —- ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ต้องว่า หยิบปากกามาขีดเขียน แต่นี่ ยุคดิจิตัลก็เลยต้องเข้ายุคสมัยกันหน่อย ฟังเพลงไป ฮัมเพลงไปเบาๆ ฉุกคิดถึงความหมายของเนื้อเพลงขึ้นมา ไม่รู้ใครน้อ..ช่างเขียน เพราะโดยปกติ เพลงทั่วไป หรือจะความรักทั่วๆไปร้อยทั้งร้อย หรือร้อยละเก้าสิบ ก็จะออกมาว่าฉันจะอยู่กับเธอ เธอจะอยู่กับฉัน เราสองคนจะอยู่ด้วยกัน ลั้ล..ลา แต่เพลงที่ว่างนี้ กลับสะท้อนอีกมุมของความรักได้อย่างเด็ดขาดจริงๆ ให้ตายเถอะโรบิ้น ไม่ต้องเลือกว่าจะเป็นความรักระหว่างหนุ่มสาว พ่อแม่ลูก เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านายกะลูกน้อง ทฤษฎีที่ว่างนี้มันเวิร์คจริงหยั่งว่า จากเบสิคต่ำเตี้ยพื้นฐาน คนเรามันต้องมีอาณาเขตส่วนตัวประมาณนึง และจะอนุญาตให้ใคร หน้าไหน คนไหน [...]

Continue reading »

พลิกมุมคิด..ชีวิตก็เปลี่ยน

เรื่องทุกข์ๆๆ ดูเป็นเรื่องสามัญธรรมด๊า ธรรมดาที่ทุกผู้คนต้องประสบพบเจอ การบอกให้ทำใจยอมรับกลับเป็นเรื่องที่เข้าข่ายพูดง่าย แต่ทำยาก แม้จะบอกตัวเองทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ก็ยังดูเหมือนเป็นงานที่ยากเอาการ การเปลี่ยนมุมมองวิธีการคิด ดูเหมือนจะเป็นกระบวนท่าที่ดีที่สุด ที่จะนำพาออกจากวงล้อมของความทุกข์ที่มะรุมมะตุ้มอยู่ในชีวิตของเราๆ ท่านๆ แต่ก็แน่นอนว่าต้องใช้การฝึกฝน ถึงจะงัดเอาท่าไม้ตาย คือการคิดเชิงบวกออกมาใช้ได้อย่างเห็นผล ไม้ตายนี้ ใช้กี่ครั้งก็จะมีชัยทุกครั้งไป หลายวันก่อน แวะไปคุยกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนหนังสือมาด้วยกัน ตอนนี้ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยสมใจ สมกับที่ยอมลาออกจากงานเอกชนเงินเดือนหลักหมื่น มารับเงินเดือนเริ่มต้น 6,800 บาท ด้วยเหตุผลข้อเดียว ที่บอกว่า อาชีพอาจารย์คืองานในฝัน .. เราก็นึกทึกทักเอาว่า เพื่อนอาจารย์คงมีความสุข สุขี สุโข ตามทางที่เลือกเดิน เหตุการณ์ก็จริงหยั่งคาด เพื่อนอาจารย์มีความสุขกับชีวิตดีอยู่ ยังมีความสุขแบบเหลือๆ เจือจานไปทำกิจกรรมสังคมได้อีก แต่กว่าจะมีความสุขอย่างนี้เพื่อนอาจารย์ก็ผ่านความทุกข์มาอย่างสาหัสไม่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง การทอง ความขัดแย้ง เรื่อง self … ของ Professional ทั้งหลาย เพื่อนอาจารย์เจอมาหมด หรือแม้แต่ไม่มีวิชาจะสอน แต่ด้วยมุมมองเชิงบวก เปลี่ยนมุมคิด เพื่อนอาจารย์ก็มีความสุขได้ไม่ยาก เรื่องการเมือง การทองไม่ยุ่ง ก็ดีไม่ปวดหัว ไม่ต้องเสี่ยง [...]

Continue reading »

กล้า..ก้าว

เคยดู และเชียร์อเมริกันฟุตบอลมาหลายหน เห็นบรรดาผู้เล่นตำแหน่งควอเตอร์แบ็ค (Quarterback : QB) .. ผู้บัญชาการเรียกแผนการเล่นของทีมหนำเลี๊ยบ เค้ามี “Pocket”  ซึ่งก็คือกระเป๋าหรือแนวป้องกันส่วนตัวไว้เป็นผู้ดูแล เป็นแผงคุ้มภัย คอยป้องกันเพื่อให้ตัวเองมีเวลามากพอสำหรับการขว้างลูก ส่งลูกให้เพื่อน เรียกแผนการเล่นสำหรับทำแต้ม หรือรุกคืบกินแดนไปข้างหน้า เมื่อถึงเวลาจวนตัวที่ฝ่ายตรงข้ามกรูกันเข้ามา ก็ก้าวผลุบเข้าไปอยู่ใน Pocket ที่เปรียบเสมือน Comfort Zone อันแสนจะมั่นคงปลอดภัย ที่จะป้องกันการถูกรุมสกรัมจากผู้เล่นแนวรับของฝ่ายตรงข้าม แต่ควอเตอร์แบ็คมือดีๆ เจ๋งๆ ที่เป็นที่กล่าวขวัญ ก็มักจะต้องมีความสามารถพิเศษในยามฉุกเฉิน ที่จะต้องก้าวออกจาก Pocket เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม หรือเมื่อถึงคราวจวนเจียนจะโดนรุม เพื่อสร้างโอกาส หรือหาพื้นที่ว่าง หรืออู้หาเวลาให้มากพอ ที่จะขว้างส่งบอลทำคะแนน หรือรุกคืบกินพื้นที่ไปข้างหน้า แน่นอนว่า ต้องเผชิญกับความเสี่ยง และความกลัวที่จะออกไปเจอะเจอกับดงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ปรี่เข้ามา เสี่ยงต่อการเจ็บตัวจากการรุมสกรัม อยู่ที่ว่าจะงัดฝีมือและความสามารถที่จะหลบหลีก และส่งลูกออกไปเพื่อทำระยะให้ได้หรือเปล่า แต่ถ้ากล้าพอ โอกาสก็มีสูง คนเราก็คงเหมือนพวกควอเตอร์แบ็คนี่แหละ มี Pocket ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็น Comfort Zone ที่เราจะอยู่ได้อย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัยแบบชิวๆ โดยไม่ต้องกังวลให้มากไป .. [...]

Continue reading »

เรียนรู้จากไข่เจียว

  ลงบันทึกประจำวันไว้ว่า 15 ตุลา 52 ได้กินข้าวไข่เจียวฝีมือเจ้าลูกชายเป็นครั้งแรก อุตส่าห์ลงทุนลงแรงทำเองทุกขั้นตอนกระบวนการ ตอกไข่ เจียวไข่ ผสมเครื่อง จนกระทั่งทอดลงกระทะ บรรจงตักใส่จาน กินเข้าไปก็น้ำตาเล็ด เพราะมันไม่ต่างอะไรกับไข่เจียวที่ทำน้ำปลาหกใส่ เพียงแต่คราวนี้พ่อลูกชายมันเปลี่ยนสูตรไปใส่เกลือตามไอเดียอันบรรเจิด ก็เลยต้องเรียกว่าไข่เจียวตำรับเกลือหก แต่ที่น้ำตาต้องเล็ดอีกอย่างก็คือความภูมิใจของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ที่ได้กินฝีมือลูกชายเป็นครั้งแรกตอนอายุ 11 ขวบ จำได้ว่าตอนที่ตัวเอง 11 ขวบ ยังไม่เคยทำกับข้าวให้แม่กินเลย นึกๆ ก็อายลูกมัน  ระหว่างกินข้าว ไข่เจียวตำรับเกลือหกอยู่นั้น ปากเจ้าลูกชายก็พร่ำพรรณาสรรพคุณไข่เจียวฝีมือตัวเองไม่มีหยุด .. อร่อยมากเลยนะเนี่ย .. ฝีมือครั้งแรก เค็มนิดหน่อยเอ๊ง..ง ตักข้าวใส่ปากเยอะๆ ก็โอเคแล้ว กินไปพูดไปจนหมดชาม เรารึ .. ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พยักเพยิดไปเรื่อย ข้าวพูนๆ จานหมดไปแล้ว ยังเหลือไข่เจียวอีก 2 คำ เจ้าลูกชายก็กล้ำกลืนฝืนทน ยัดเข้าปากไปด้วยความเสียดาย กลัวไข่เจียวฝีมือตัวเองจะเหลือทิ้ง แต่ไม่ลืมคำสุดท้ายที่หลุดออกจากปากว่า แม่จ๋าคร๊าบ..มันเค็มจัง เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ของของเราย่อมดีที่สุด ของของเราย่อมอร่อยสุด แม้ว่ามันจะห่วย จะแย่เต็มทน แต่ถ้าถูกรับรู้ว่าเป็นของเราแล้ว ยังไงมันก็ดีที่สุดอยู่ดี อันว่าตัวตนเนี่ยนะ [...]

Continue reading »

ความสุขจ๋า .. Where are you???

คนเราชอบไขว่คว้าหาความสุข ดิ้นรนจนดูเหมือนว่าความสุขอยู่ไกล๊ .. ไกล และหายากเสียเต็มประดา บางคนก็มานั่งพร่ำบ่น แอบก่นด่าถึงชีวิตบัดซบที่เกิดมา เหมือนจะหาความสุขไม่ได้ พอได้ยินลอยมากระทบหู ก็ลองได้มานั่งใคร่ครวญชีวิตของตัวเองดูมั่งว่าความสุขมันอยู่ตรงไหนกันแน่ (ฟะ) ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เรียนหนังสือหนังหาในสายวิชาชีพของตัวเองมา ก็จำได้แม่นว่าคุณครู คุณอาจารย์ทั้งหลายได้กรอกใส่หู ย้ำกันมาในหลายวิชาที่ลงเรียนกัน และต้องท่องแทบเป็นคติประจำสำนักว่า ข้อหนึ่ง..มนุษย์มีความแตกต่างกัน และข้อสอง..คนเรามีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนอีกหลายข้อ ขอยกยอดไว้ก่อน เพราะอาจจำได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ข้อสองนี้สำคัญ เพราะชอบนำมาท่อง ล้อเลียนกันว่า คนเรานั้นท่ามาก และเรื่องมาก อันเนื่องมาจากความต้องการไม่มีที่สิ้นสุดตามทฤษฎีดึกดำบรรพ์ของคุณฟรอยด์เค้า (Freud) ก็เลยมาถึงบางอ้อว่า นี่ละมั้ง คือสาเหตุหลักที่คนบ่นกันตรึมว่าชีวิตนี้ไม่มีความสุข หรือหาความสุขไม่ได้เอาซะเลย ลืมนึกไปว่า ความสุขมันอยู่รอบตัว อยู่ริมถนน ริมทางเดินนั่นเอง หรือบางทีอาจจะอยู่กับตัวจนเคยชิน เกินกว่าที่ใจจะรู้สึกก็เป็นได้ ยกตัวอย่างสมัยทำงานที่บริษัทนึง โลโก้ประจำแบรนด์เค้ามีหลายสี ช่วงเปิดตัวใหม่ๆ พนักงานรุ่นแรก ณ ตอนนั้น หรือก็เป็นรุ่นแรกแย้ม (ฝาโ…) ณ ตอนนี้ จะได้รับแจกเสื้อแจ๊กเกจเป็นที่ระลึกสำหรับช่วงเปิดตัวโลโก้ใหม่ แต่ด้วยความที่โลโก้ที่งดงามมีหลายสี ก็ทำเสื้อครบซะทุกสี แจกคนละตัวให้กับทุกหน่วยงานตามยอดจำนวนพนักงานตอนนั้น ชัวร์ว่าคนเข้าใหม่นั้นไม่ได้เสื้ออย่างแน่นอน [...]

Continue reading »

เจ็บกับอาย ถึงเวลาจะเลือกอะไร

เมนท์ และเม้าท์ชาวบ้านไว้เยอะ ประเด็นที่ไม่ซินเซียกับความรู้สึกตัวเอง เจ็บแทบตายก็ยังรักษาฟอร์มสุดฤทธิ์ ไม่เป็นไรค่าไม่เป็นไร ถึงคราวตัวเองบ้าง ก็เข้าข่าย ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองจนได้ จะอะไรล่ะ ก็ซุ่มซ่ามน่ะดิ เดินเฉิดฉาย เชิดไปเชิดมาจนได้เรื่อง ตกส้นสูง พร้อมตก step ที่เค้ายกพื้นเอาไว้ รวมๆ แล้วก็ครึ่งค่อนฟุตได้ ลงไปกลิ้งพังพาบ พับเพียบกับพื้นดังป๊าบ จนใครๆ แหงะหน้ามามอง สุดท้าย ก็ฉีกยิ้มสุดฤทธิ์ พร้อมๆ กับลุกแบบนางงาม ไม่เป็นไรค่า ไม่เป็นไร กำลังเพลินค่า นู๋ไม่ได้มอง แล้วค่อยๆ บรรจงลุกทั้งๆ ที่เจ็บ (ชิบหาย) ขากูร์จะหักมั้ยว้า กะเผลกกลับรังแบบมีฟอร์ม รู้เลยว่า เมื่อถึงเวลา เจ็บกะอาย ก็เลือกกลัวอายอยู่ดี นี่แหละน้า!!  นึกอีกที ทำไมไม่ตะโกนออกไปวะ ว่าเจ็บว้อย.. โคดเจ็บเลยก็ไม่รู้เนอะ แต่ท้ายสุด ก็โทรไปโพทะนาบอกชาวบ้านว่า ซุ่มซ่ามว่ะ ตกส้นสูงมา >> พูดไปแล้วก็สะใจ สบายใจดี แบบนี้ดีอ้ะ ไม่มีฟอร์ม สบายใจสุดๆๆ [...]

Continue reading »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.