น้ำท่วมหนักรอบนี้ใช้ว่าจะเป็นกลียุค วิกฤติเพียงอย่างเดียวก็หาไม่ ท่ามกลางความ เรือ (ชิบ) หายที่ต่างโดนกันถ้วนหน้า ก็ยังมีความสว่างไสว ยังพบความสุขและบทเรียนอันมีค่าทางจิตใจ ทุกคนที่ประสบกับความเรือหายหยั่งว่านี้ ถ้าใส่ใจซะหน่อย ตระหนักให้มาก ก็จะพบกับความสุขใจ กับความอบอุ่นใจที่ว่านี้เหมือนๆ กัน
ท่ามกลางโหมด “รอ” และโหมด “ลุ้น” ว่าน้องน้ำจะเฉียดแผ้วพานมาเยี่ยมถึงบ้านหรือไม่นี้ นอกจากจะพบเจอกะความเครียดว่า คุณน้องน้ำเธอจะมาหาหรือไม่ จะมาถึงเมื่อไหร่นั้น ครอบครัวของเราก็พบกับความสุขใจที่ว่า เราได้ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์อันมีค่าร่วมกัน ..จากที่เคยออกจากรังแต่เช้ามืด กลับเมื่อดึก ไม่เคยวางแผนปรึกษาการไปและการกลับ เปลี่ยนมาเป็นการพูดคุยกัน ชั้นจะไปส่งลูกตอนเช้าแล้วรีบกลับมาตอนบ่าย เธออยู่บ้านเก็บของเฝ้าน้ำไปแล้วบ่ายสลับไปรับลูก เราจะเปิบมื้อเย็นพร้อมกันที่บ้าน..แทนการกินข้าวข้างนอก เพื่อรีบมาเฝ้าน้ำ เลยรู้ว่า.. สุข .. ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น สื่อสารกันมากขึ้น
แถมด้วยการร่วมแชร์และแบ่งปัน ช่วยเหลือกันในครอบครัว แบ่งหน้าที่เข้าเวร ของชั้นเวรค่ำถึงดึก ของเธอเวรดึกถึงเช้า ส่วนพ่อลูกชายเข้าเวรบ่ายช่วงที่พ่อแม่ม่อยหลับ เทคอะงีบไป ทำหน้าที่ของตนเองโดยสร้างภาระให้น้อยที่สุด ทำตัวให้ยืดหยุ่นมากๆๆ อยู่ให้ง่าย ลดตัวกูร์ของกูร์ไปเยอะๆ ..สุข..ที่ครอบครัวเราร่วมด้วยช่วยกัน
ความสว่างไสว สุขในใจอีกอย่างก็คือ การได้โทรหาพ่อหาแม่ทุกวัน เมื่อก่อนออกจะรำคาญที่พ่อแม่โทรมา จะโทรมาทำไม๊..ทำไม แต่ช่วงโหมดลุ้นน้องน้ำนี่ โทรหากันทุกวัน รายงานตัว โทรไปมั่ง พ่อกะแม่โทรมามั่ง .. ยังแห้งค่า ยังแห้ง .. เอาอยู่ค่า ยังไม่แตกค่า จนกระทั่งวันที่หนีน้องน้ำ .. กลัวพ่อกะแม่จะตกใจ เป็นห่วง ก้อแค่โทรไปรายงานตัวตอนอพยพแสร็จสิ้นเรียบร้อย .. น้ำแตกแล้ว นู๋อพยพเรียบร้อย ทุกคนปลอดภัย หรือแม้แต่ช่วงโหมดหนีน้ำ ก็ยังตามข่าวทั้งวี่ทั้งวัน คอยแจ้งข่าวพ่อกะแม่ ..น้องน้ำใกล้แล้ว เขื่อนใกล้แตก คลองใกล้ปริ่ม นี่แหละความใส่ใจของคนในครอบครัว
สุขอีกเรื่องก็คือ ในโหมดเรือหายรอบนี้ เราซึ้งใจในความเป็นห่วงเป็นใยของบรรดาเพื่อนฝูง มิตรสหาย ซึ่งบางคนเป็นมิตรที่หายไปนาน ร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่ บางคนอยู่ไกลกันข้ามโลก แต่พอน้องน้ำมาเยือน ก็ต้องรับโทรศัพท์ ส่งวอทซ์แอพถามสารทุกข์สุขดิบกันถี่ยิบ แค่ได้ยินเสียงได้พูดคุยก็ขอบคุณมากหลายแล้ว .. บางคนก็หยิบยื่นความช่วยเหลือ .. เอาพี่ (สอบ)ทรายมั้ย หรือจะเอาพี่อิฐ (บล๊อค) .. รายงานอากาศวันนี้ ไม่มีเมฆก้อนใหญ่ โปรดสบายใจพี่ฝนไม่เทมาปนน้องน้ำ.. บางคนก็เป็นยามให้ โทรมาปลุก ส่งข้อความมาบอก .. ตุนด้วย! น้องน้ำมาแล้ว หนีด่วน! พี่คันจะแตก …บางคนไม่รู้จักตัวเป็นๆ ด้วยซ้ำ ก็ยังยื่นมือมาช่วย บอกกล่าวสถานการณ์น้ำผ่านโลกออนไลน์ .. เหล่านี้เป็นความอบอุ่นที่วิกฤตน้องน้ำไม่อาจมาแทรกกลางได้
และในโหมดหนีน้ำนี้ ก็เพื่อนนี่แหละ ที่ส่งรถไปรับ ..ได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ประสบภัย กลายเป็นผู้อพยพบรรดาศักดิ์ที่หัวรถลากไปเทียบรับถึงบ้าน
อีกบทเรียนที่สร้างความสุขให้ก็คือ ไม่มีข้อจำกัด หรืออุปสรรคสำหรับการทำความดี ต่อให้น้ำท่วมบ้าน ออกมาไม่ได้ คนเราก็สามารถจะทำดีได้ทั้งนั้น .. จะอยู่บ้านแช่น้ำ ก็ปั้นลูกอีเอ็มได้ โอนตังค์ไปร่วมด้วยช่วยกันทำบุญได้ หรืออยู่ในโหมดอพยพ ก็ช่วยเฝ้ายามให้เพื่อนๆได้ รายงานข้อมูลน้ำ ออกไปช่วยแพ็คพี่ทราย กรอกน้ำ บริจาคเลือด หรืออะไรต่อมิอะไรได้หมด .. นี่แหละสุขใจที่ได้ให้ ได้ทำบุญ ได้ช่วยเหลือคนอื่น
ถึงน้องน้ำจะมา จะพัดอะไรต่อมิอะไรพัง ของจมน้ำ เรือ (ชิบ) หายไปก็เยอะ แต่อย่าให้กำลังใจของเราหายไปด้วย ความสุขระหว่างทางเหล่านี้จะช่วยให้เราผ่านเรื่องร้ายไปได้ น้องน้ำก็น้องน้ำเหอะ .. ไม่ได้แอ้มหร๊อก
อ่านแล้ว น้ำ(ตา)ปริ่ม ..
