ท่องเมืองยุ่น : สุดยอดปลอดภัย

นอกเหนือจากหลงใหลได้ปลื้มกับการใส่ใจในรายละเอียดของชาวยุ่นจากการเปิดซิงท่องแดนซากุระแล้ว ก็ยังแอบมีเรื่องปลื้มอีกหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของความปลอดภัย ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงความอุ่นใจ มั่นใจในการใช้ชีวิตท่องเที่ยว

ในฐานะที่เป็นกะเหรี่ยงนักท่องเที่ยวที่พลัดถิ่นจากแดนบางกอก ไปท่องเที่ยวแบบไร้ไกด์ ความปลอดภัย ความอุ่นใจเป็นเรื่องสำมะคัญสุดๆ ไอ้ประเภทเดินไปพลาง เหลียวหน้าเหลียวหลังไปพลางเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ หรือประเภทต้องระวังตัวสุดริด ห้ามออกนอกเส้นทาง ห้ามออกจากโรงแรมยามวิกาลก็เหมือนกัน นักท่องเที่ยวกะเหรี่ยงอย่างเรารับไม่ได้จริงๆ เพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน ต้องขลุกอยู่แต่ในโรงแรม แทบจะกรี๊ดกลับบ้านก่อนกำหนดทีเดียวเชียว

แต่เที่ยวแดนซากุระรอบนี้ ประมาณว่าเที่ยวสบายแบบไร้กังวล .. วางของลืมทิ้งไว้กลับมาเอา มันก็ยังอยู่ .. เดินไป ก็เจอเจ้าหน้าที่ เจอศูนย์บริการข้อมูลเป็นระยะ .. สะพายเป้หลังก็เดินคล่องสบายใจ ไม่ต้องห่วงหลังหรือต้องคอยจับลูบคลำเป็นระยะ ถึงจะเบียดเสียดบนรถไฟก็ไม่ต้องกลัวถูกล้วงถูกกรีด.. กองกระเป๋าเอาไว้ เข้าไปสอบถามข้อมูลก็ไม่ต้องกลัวหาย …. เรียกว่าสบายใจหายห่วง

และที่เป็นปลื้ม สร้างความตะลึงจนอดซี้ดปาก ยกนิ้วให้ ก็เป็นเรื่องของจิตสำนักของความปลอดภัยของคุณยุ่น ทำกันเป็นจริงเป็นจัง ทำกันทุกขั้นตอน ทำกันจนเป็นนิสัย จนนึกสงสัยว่าทำไมมันถึงติดอยู่ในนิสัย หรือกมลสันดานได้ขนาดน้านนนน .. ไม่ต้องพูดถึงความปลอดภัยที่มากับอุปกรณ์ หรือระบบ แต่เป็นสำนึกในความปลอดภัยของคนล้วนๆ

อย่างตอนที่ไป Toyota World ได้มีโอกาสลองซิ่งรถ Hybrid ที่แปลงพลังงานจาก 2 ขาถีบ มาเป็นพลังขับเคลื่อนของรถคล้ายๆ โกคาร์ท พนักงานที่ประจำจุดให้คำแนะนำซ้ำแล้วซ้ำอีก หยิบ Instruction ภาษาปะกิดมาให้อ่าน แถมจับคาดเข็มขัดนิรภัยทันทีทันควัน ประมาณว่า เธอไม่คาด ชั้นไม่ปล่อยรถ .. แถมถีบๆๆ ขับๆๆ ไป เจอไฟแดงแบบหลอกๆ ไม่หยุดก่อนถึงเส้น คุณเจ้าหน้าที่ก็โบกไม้โบกมือ ชี้นิ้ววิ่งมาบอกให้วุ่น มีทางม้าลายที่ไร้คนข้ามก็ต้องหยุดแบบนิ่งสนิท ไม่ใช่ชะลอแล้วก้อไป

หรือตอนที่รอรถไฟออก (ตามเวลา) เพื่อไปดู ไปเบิ่ง Fuji Mountain ให้เป็นขวัญตาว่ามาถึงจริง, วิญญาณกะเหรี่ยงท่องเที่ยวก็ทำงานทันที ถ่ายรูปคู่กะหัวจักรรถไฟ ถ่ายกันหลายรูปก่อนเคลื่อนย้ายเข้าตัวรถเพราะหนาวได้ใจ ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่ยืนรอปิดประตูตู้อยู่ รอจนชัวร์ว่าทั้งตัว ทั้งก้น ทั้งกระเป๋าเราเคลื่อนเข้าไปในตัวรถทั้งหมดทั้งสิ้น ก็โค้งให้อย่างงามๆ ก่อนกดปิดประตู เลยรู้ตัวว่าเราคือผู้โดยสารคนสุดท้ายที่เข้ารถก่อนปิดประตูกันลมหนาวนั่นเอง

และเมื่อเข้าจอดที่สถานีชานเมือง คล้ายๆ สถานีรถไฟต่างจังหวัดบ้านเรา ก่อนเคลื่อนขบวนทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ประจำรถก็จะโผล่หัว หรือลงไปดูจนมั่นใจว่าผู้โดยสารขึ้นรถจนหมดแล้วค่อยออก ไม่ต้องให้ผู้โดยสารวิ่งไล่รถ .. ซึ่งอันนี้รถไฟบ้านเราก็มี เห็นยกธงแดง ธงเขียวเป็นสัญญาณให้พขร. ก่อนเคลื่อนขบวน แต่ก็เห็นมีการวิ่งไล่รถกันบ่อยๆ

ตอนรถไฟขบวนชานเมืองสวนกัน .. เราก็แอบเห็นพขร. ยืนขึ้น ยกมือทักทายพขร. อีกขบวน ตอนแรกก็นึกว่าบังเอิญรู้จักกัน เลยลุกขึ้นเซย์ฮัลโหล ที่ไหนได้.. เห็นทั้งขาไปขากลับ เหมือนกับลุกทักทายเพื่อบอกกันว่า เราปล่าวหลับรึเปล่าก็ไม่รู้นะ .. แถมตอนขึ้นรถชมวิวรอบทะเลสาบ คล้ายๆ mini-bus ชมวิว ซึ่งจะจอดตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ลุงคนขับรถก็ทำเช่นเดียวกัน ยกมือทักทายรถชมวิวคันที่สวนมา เพียงแต่ไม่ได้ลุกยืนเท่านั้นเอง

และทุกครั้งก่อนเคลื่อนรถ สิ่งที่เห็นลุงคนขับรถทำก็คือ ขั้นตอนการตรวจเช็ค ได้แก่การมองกระจกข้างซ้ายขวา กระจกหลัง และทัศนวิสัยด้านหน้า ย้ำ..ว่าทุกครั้ง ก่อนเคลื่อนรถ .. ที่รู้หรือสังเกตได้ก็เพราะว่าลุงแกทำมือไปด้วยทุกครั้ง ชี้พอยต์ไปที่กระจกข้างซ้ายขวา ตามขั้นตอน พอครบถ้วนก็พร้อมออกรถทันที .. สุโค่ย สุดยอดจริงๆๆ

นี่แค่เรียกน้ำย่อย สำหรับเรื่องสำนึกของความปลอดภัย .. เชื่อว่าคงมีตัวอย่างอีกมากมาย ซึ่งไม่น่าสงสัยสำหรับคุณยุ่นเค้า แต่ที่สงสัยมากกว่า คือทำไงเค้าถึงฝังเรื่องนี้เอาไว้ในจิตสำนึกได้ขนาดนั้น แล้วทำไงให้คนไทย แดนบางกอกเป็นงั้นได้บ้างก็ไม่รู้ .. สงสัย สงสัยมากๆๆๆๆๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.